คู่รักที่ใช้หัวใจพลิกฟื้นงานสานในตรัง จนกลายเป็นงานคราฟต์ที่ได้อยู่บนตึกสูงสุดของไทย / Marketeer

Author: Kalaya


หากวันนั้นในงาน Exhibition เราตัดสินใจยืนดูกระเป๋าใบนั้นด้วยตาเปล่า บทสัมภาษณ์นี้คงเกิดขึ้นมาไม่ได้

แต่แล้วลวดลายที่แปลกตาดูมีมิติของกระเป๋าใบนั้นก็ดึงดูดเราเข้าไป

และสิ่งที่ทำให้เราตัดสินใจพูดคุยกับหญิงสาวที่กำลังยืนขายกระเป๋าใบนั้น ก็คือหลังจากที่ได้หยิบจับขึ้นมาดู

ไม่ใช่เพื่อถามว่ากระเป๋าใบนี้ราคาเท่าไร

แต่คือกระเป๋านี้ใช้วัสดุอะไร เพราะเราไม่เคยสัมผัสกับงานสานที่ไหนที่มี Texture นุ่มและลื่นมากเท่านี้มาก่อน



ซึ่งคำตอบที่ได้กลับมาก็คือ เตยปาหนัน ที่หญิงสาวคนนั้นได้อธิบายต่อไปว่าการสานเตยปาหนัน เป็นภูมิปัญญาของชาวบ้านในจังหวัดตรัง และความนุ่มลื่นที่ได้สัมผัสนั้นก็ไม่ได้มาจากการใส่สารเคมีเพิ่มเติมลงไปแต่อย่างใด

เพราะเตยปาหนันมีน้ำมันใต้ผิวอยู่ในตัวมันเอง ที่นอกจากความนุ่มลื่น น้ำมันดังกล่าวยังช่วยเคลือบให้โปรดักต์ที่ทำมาจากเตยปาหนันกันน้ำและเชื้อราได้


ด้วยคุณสมบัติที่เป็นได้หลายอย่าง แต่น่าเศร้าที่ชาวบ้านกลับมองเห็นผลลัพธ์ของมันเพียงไม่กี่อย่างนั่นคือเสื่อที่เอาไว้ใช้ตามบ้าน การสานเตยปาหนันจึงค่อยๆ เลือนหายไปตามกาลเวลา




นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นให้คนตรังอย่างเธอลุกขึ้นมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเตยปาหนัน ผ่านแบรนด์ที่ว่าด้วยศาสตร์แห่งการสานอย่าง SarnSard

แบรนด์ที่เกิดขึ้นจากความตั้งใจของคู่รักที่พบกันตั้งแต่สมัยมัธยมในชมรมรังสรรค์ไทย อย่าง เป็ด-วิศรุต ทวีวรสุวรรณ และ กุ๊กไก่-มนัสนันท์ ทวีวรสุวรรณ หญิงสาวที่เราพูดถึงในข้างต้น

ซึ่งความตั้งใจที่ว่าก็ส่งผลให้งานสานฝีมือชาวบ้านในชุมชนได้ขึ้นไปอยู่บนตึกสูงสุดของประเทศไทย ในบริเวณที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติอย่าง Mahanakorn Skybar

ที่สำคัญนี่เป็นงานสานที่ทำให้ชาวบ้านได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่มากยิ่งขึ้น



จุดเริ่มต้นของการ ‘สาน’ สัมพันธ์


งานสานเป็นสิ่งที่แทรกซึมอยู่ในชีวิตประจำวันของกุ๊กไก่มาโดยตลอด และแม้จะใช้ของสานมามากมายหลายประเภท แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่ทำให้เธอตกหลุมรักกับงานสานเตยปาหนันเป็นพิเศษจะเป็นเหตุผลเดียวกับเรา นั่นคือการที่ได้ลองสัมผัสกับ Texture ที่นุ่มและลื่นของมัน



“ตอนแรกที่เจอกับเตยปาหนัน จำได้ว่าความรู้สึกแรกที่สัมผัสคือมันเป็นอะไรที่ดีมาก เราถูกใจสิ่งนี้เพราะมันไม่กระด้างเหมือนกับงานสานอื่นๆ ที่เคยใช้มา ยิ่งใช้ก็ยิ่งรู้สึกดี รู้สึกว่าทำไม Texture นี้มันมหัศจรรย์จัง ก็เลยไปหาที่มาที่ไปของมัน จนได้รู้ว่าสิ่งนี้เรียกว่าเตยปาหนัน

ที่เซอร์ไพรส์ยิ่งกว่านั้นก็คือการที่ได้รู้ว่าแหล่งของเตยปาหนันอยู่ที่ตรัง ซึ่งเราเป็นคนตรังเพราะบ้านฝั่งแม่อยู่ที่นั่น จากเด็กๆ เวลาแม่ชวนไปตรังแล้วขี้เกียจ แต่พอได้รู้ว่าสิ่งที่เราตามหามานานมันอยู่ที่นั่น คราวนี้แม่แทบไม่ต้องชวนเลย

ทีนี้ก็เลยคุยกับเป็ดว่าจะลองทำธุรกิจกับเตยปาหนันแบบซื้อมาขายไป แต่พอได้ลงไปในพื้นที่เรากลับเปลี่ยนใจ เพราะมันมีคำถามเกิดขึ้นในหัวมากมาย และการตั้งคำถามในตอนนั้นก็ทำให้เราคิดว่าจะทำแค่ซื้อมาขายไปไม่ได้จริงๆ” -กุ๊กไก่




“วันที่เราได้ลงไปพื้นที่ เป็นวันเดียวกับที่เขารวมกลุ่มกัน พอได้เห็นภาพของทุกบ้านมานั่งทำงานสานร่วมกัน กินข้าวด้วยกัน เรารู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่ Nice มาก เรารับรู้ถึงความเป็นมิตร ความไม่มีเครื่องกั้นในจิตใจ มันก็เลยเหมือนเป็นแรงผลักดันที่ทำให้เราอยากจะเอาความรู้ที่มีมาช่วยพัฒนาพวกเขา

อีกอย่างพอคิดไปคิดมาเราว่าถ้าทำแค่ซื้อมาขายไป มันคงเป็นอะไรที่อยู่ได้ไม่นาน ก็เลยตัดสินใจมาทำอะไรที่ใหญ่กว่านั้น ยากกว่าเหนื่อยกว่าก็จริง แต่เรารู้สึกว่ามันยั่งยืนกว่า ทั้งกับตัวเราและกับตัวชาวบ้านเองด้วย” – เป็ด




เหตุผลที่น้อยคนอยากจะสานต่อเตยปาหนัน


จากที่ได้ฟังคุณสมบัติของเตยปาหนันในข้างต้น เราตั้งคำถามกลับไปว่าในเมื่อเป็นวัสดุที่เจ๋งขนาดนี้ ทั้งนุ่มลื่นและกันน้ำได้เป็นอย่างดี แต่ทำไมชาวบ้านถึงไม่เลือกที่จะสานต่อให้มันเป็นภูมิปัญญาที่อยู่คู่กับชุมชนไปเรื่อยๆ

ทั้งสองจึงตอบคำถามเรากลับมาว่า

“คืองานสานในท้องตลาดมันมีเยอะมาก แต่เหตุผลที่ทำให้คนไม่ค่อยหยิบเตยปาหนันมาใช้ เพราะขั้นตอนของมันยุ่งยากและวุ่นวาย

ตั้งแต่เริ่มไปเก็บต้นเตยปาหนันที่อยู่ริมเล ซึ่งก็เป็นอะไรที่ลำบากมากเพราะมันเป็นพืชที่มีหนามอยู่รอบใบ เก็บแล้วก็ต้องเอาไปรนไฟเพื่อกระตุ้นให้น้ำมันที่อยู่ใต้ผิวออกมาเคลือบทำให้เกิดความนุ่ม ลื่น และมันเงาโดยที่ไม่ต้องใช้สารเคมีใดๆ



(ต้นเตยปาหนัน)


เมื่อรนไฟเสร็จก็ต้องนำไปกรีดน้ำที่อยู่ในเตยปาหนันออก จากนั้นถึงค่อยนำมาซอยเป็นเส้นด้วยอุปกรณ์ที่มีลักษณะคล้ายกับเล็บแมวซึ่งรียกว่า Yaha



(Yaha)


ได้มาเป็นเส้นแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะเอาไปใช้สานได้เลย เพราะยังต้องผ่านขั้นตอนการหมักเน่าที่ใช้เวลานาน 2 คืน เพื่อให้เตยปาหนันเฟดจากสีเขียวเป็นสีธรรมชาติ และการหมักเน่ายังเป็นภูมิปัญญาที่ช่วยยืดอายุของเตยปาหนันให้อยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย

ยังไม่จบเท่านี้ หลังจากหมักเน่าเสร็จ ก็ยังต้องนำเส้นเตยปาหนันไปตากแห้ง แล้วนำมานวดคลายเส้น ให้เส้นมีความตรงไม่หยิกงอ จึงค่อยนำไปย้อมสีแล้วนำมาสานได้

โดยรวมๆ แล้วทั้งหมดใช้เวลาในการเตรียมเส้นเตยปาหนันประมาณ 4-5 วัน แต่ภาคใต้มีฝนตกตลอดทั้งปี หากเตรียมเส้นในช่วงที่ฝนตกพอดี ก็จะยืดเวลาช่วงนี้ให้นานขึ้นไปอีก”




ความยากอีกอย่าง คือการคุยกับชาวบ้านให้เข้าใจ


สานเตยปาหนันว่ายากแล้ว แต่คุยกับชาวบ้านให้เข้าใจถึงสิ่งที่เป็ดและกุ๊กไก่ตั้งใจนี่สิยากยิ่งกว่า

เพราะหากจะให้เดินไปบอกชาวบ้านว่าจะเอาเรื่อง Industrial Design มาช่วยอัพ Value เพื่อจะเอาไปทำเป็น Life Style Product ที่ขายทั้งรูปแบบ B2B และ B2C ชาวบ้านที่เป็นคุณป้าวัยเกือบ 60 ก็อาจส่ายหน้ากลับมาได้

เป็ดและกุ๊กไก่จึงใช้วิธีเอาใจเขามาใส่ใจเรา พูดคุยกับชาวบ้าน ไปดูว่าสิ่งที่พวกเขาเคยทำอยู่นั้นคืออะไร ให้ชาวบ้านเริ่มทำจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นชิน แล้วค่อยเพิ่มตรงนั้นอีกนิด ปรับตรงนี้อีกหน่อย จึงทำให้ทั้งสองได้พบสมดุลในการทำงาน ระหว่างแนวคิดของคนรุ่นใหม่กับภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านได้อย่างลงตัว



ความยากอีกอย่าง คือการคุยกับชาวบ้านให้เข้าใจ

สานเตยปาหนันว่ายากแล้ว แต่คุยกับชาวบ้านให้เข้าใจถึงสิ่งที่เป็ดและกุ๊กไก่ตั้งใจนี่สิยากยิ่งกว่า

เพราะหากจะให้เดินไปบอกชาวบ้านว่าจะเอาเรื่อง Industrial Design มาช่วยอัพ Value เพื่อจะเอาไปทำเป็น Life Style Product ที่ขายทั้งรูปแบบ B2B และ B2C ชาวบ้านที่เป็นคุณป้าวัยเกือบ 60 ก็อาจส่ายหน้ากลับมาได้

เป็ดและกุ๊กไก่จึงใช้วิธีเอาใจเขามาใส่ใจเรา พูดคุยกับชาวบ้าน ไปดูว่าสิ่งที่พวกเขาเคยทำอยู่นั้นคืออะไร ให้ชาวบ้านเริ่มทำจากสิ่งที่ตัวเองคุ้นชิน แล้วค่อยเพิ่มตรงนั้นอีกนิด ปรับตรงนี้อีกหน่อย จึงทำให้ทั้งสองได้พบสมดุลในการทำงาน ระหว่างแนวคิดของคนรุ่นใหม่กับภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวบ้านได้อย่างลงตัว




สานต่อให้เป็นรูปเป็นร่าง


การเพิ่มมูลค่าให้เตยปาหนันของ SarnSard จะอยู่ในรูปแบบของ Lifestyle Product ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า ที่รองแก้ว ที่ใส่ของ หรือกระทั่งแผ่นรองเมาส์ที่แม้ภายนอกจะดูไม่เรียบเนียน แต่ก็ทำให้เราสามารถเลื่อนเมาส์ได้อย่างลื่นไหล

เป็นการขายแบบ B2C ที่ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงออกงานอีเวนต์ต่างๆ เพื่อให้แบรนด์กลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น

รวมไปถึงการขายที่อยู่ในรูปแบบของ B2C ที่ไม่ได้เป็น OEM แต่จะอยู่ในลักษณะของการนำแบรนด์ SarnSard ไปจับมือกับ Interior Design หรือสตูดิโอต่างๆ ซึ่งถือเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเห็นภาพได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เหมือนอย่างตัวอย่างที่เราได้ยกให้เห็นในข้างต้น นั่นคือการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของตึกที่สูงที่สุดในประเทศไทย ในบริเวณของ Mahanakorn Skybar





ซึ่งในอนาคตทั้งสองก็ยังมีโปรเจกต์พาคนที่สนใจงานสานเข้ามา workshop มาเรียนรู้ในชุมชนด้วยเช่นกัน

ไม่เพียงแต่เป็นการเผยแพร่ให้งานสานท้องถิ่นกลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น เพราะความสนใจจากผู้คนภายนอกนี้ยังช่วยกระตุกความคิดให้ชุมชนได้เห็นคุณค่าของสิ่งที่ตัวเองมีอยู่มากขึ้นด้วยเช่นกัน




ไม่ได้มีเพียงจุดแข็ง แต่เตยปาหนันก็มีจุดอ่อนในตัวเองอยู่ด้วยเหมือนกัน นั่นคือความนุ่มลื่นที่ทำให้ตัวมันเองไม่สามารถอยู่ตามลำพังได้ หากจะขึ้นรูปเป็นสิ่งของอะไร จำเป็นจะต้องมีโครง 3D Printing ด้านในคอยยึดเอาไว้ให้เป็นรูปเป็นร่าง

จะว่าไปแล้ว เตยปาหนันก็เปรียบเหมือนกับ SarnSard ที่ไม่สามารถอยู่อย่างเดี่ยวๆ ได้ เพราะต้องมีแรงซัปพอร์ตจากชาวบ้าน ที่เป็ดและกุ๊กไก่ไม่ได้มองว่าชาวบ้านเป็นเพียงคนช่วยสาน แต่อยู่แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เป็น win-win situation ที่ทั้งแบรนด์และชุมชนจะเติบโตควบคู่กันไป

“ไม่ใช่แค่เราที่ช่วยชุมชน แต่ชุมชนก็ช่วยเราเหมือนกัน เพราะนอกจากงานฝีมือ พวกเขาก็ยังให้ Know How ที่เราไม่เคยรู้และ Source อะไรต่างๆ อีกมากมาย

แล้วถ้าหากเราคิดแค่ซื้อมาขายไป หรือคิดแต่เรื่องธุรกิจเพียงแค่อย่างเดียวโดยไม่เอาสิ่งที่ได้กลับมาพัฒนาชุมชนให้เติบโตไปด้วยกัน

เชื่อสิว่าสักวันหนึ่งเดี๋ยวสิ่งเหล่านี้ก็จะหมดไป”

-เป็ด/กุ๊กไก่




https://marketeeronline.co/archives/120261


10 views

SarnSard Studio

The unique of natural plant fiber ‘Pandanus Pa-Nan’ woven for lifestyle products, interior goods and accessories using a blend of contemporary and traditional methods. All works made by us in Thailand.

Follow us

  • White Instagram Icon
  • White Facebook Icon

Instagram

Facebook

Join our newsletter 

Be the first to find out about new blog posts, special offers and new product launches by joining our mailing list today.